หนังจีน : แม่เสือ พ่อเหมียว…ใจดวงเดียวกัน (Tiger Mom)

หนังจีน : แม่เสือ พ่อเหมียว…ใจดวงเดียวกัน (Tiger Mom) เรื่องราวชีวิตครอบครัวของพ่อแม่และลูกสาวตัวน้อย ด้วยความฉลาด ประสบความสำเร็จในอาชีพ และมีความสุขกับชีวิตที่บ้าน สามีภรรยาคู่นี้จึงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก แต่ความวุ่นวายก็เริ่มขึ้น เมื่อลูกสาวเริ่มไปเรียนหนังสือ และนางฟ้าตัวน้อยดูจะเรียนไม่ทันเพื่อน เริ่มมีความขัดแย้งระหว่าง “แม่เสือ” บ้าเกรดเอ กับ “พ่อแมว” ว่าง่าย ว่าจะใช้วิธีไหนเคี่ยวเข็ญลูกสาวดี

สุดสัปดาห์ คุณย่านัดกับเพื่อนเก่าว่าจะพาคนทั้งครอบครัวไปเยี่ยม เธอแต่งตัวให้หลานสาว “เชี่ยนเชี่ยน” ตั้งแต่เช้า คุณพ่อแมวเหมียว “หลัวซู่” ก็ไปที่บริษัทของภรรยาเพื่อรับตัวคุณแม่พยัคฆ์ “ปี้เซิ่งหนาน” ที่กำลังทำโอที คนทั้งครอบครัวเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนคุณย่าอย่างพร้อมหน้า กระต่ายน้อยเชี่ยนเชี่ยนเคยชินกับชีวิตเมืองหลวง จึงงอแงหาว่าบ้านนอกสกปรกอย่างนั้นอย่างนี้ หลานสาวของเพื่อนคุณย่าเป็นเด็กเรียนดี มีประกาศนียบัตรแปะอยู่เต็มผนัง ความสามารถของเด็กคนนี้ยิ่งทำให้เชี่ยนเชี่ยนดูเป็นเด็กไม่ได้ความมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนคุณย่าก็เอาแต่โอ๋เชี่ยนเชี่ยน การสังสรรค์ในวันนี้จึงจบไม่สวยเท่าไร ส่วนปี้เซิ่งหนานก็เริ่มรู้สึกเป็นห่วงที่คุณย่าตามใจหลานสาวจนเกินเหตุ

ปี้เซิ่งหนาน ไปงานสอบสัมภาษณ์เข้าโรงเรียนประถมเป็นเพื่อนเจ๊อู๋ที่เป็นเพื่อนร่วมงาน เธอได้เห็นว่าการเข้าโรงเรียนประถมเป็นเรื่องยากแค่ไหน ในงานเลี้ยงรุ่นคืนนั้น ทุกคนต่างก็พูดถึงแต่เรื่องความสำคัญด้านการศึกษาระดับประถม นอกจากนี้ “หวงลี่” พนักงานสาวคนใหม่ที่เพิ่งเข้าบริษัทหมาดๆ ก็ทั้งฉลาดและทำงานเก่ง ยิ่งทำให้ปี้เซิ่งหนาน เข้าใจถึงความสำคัญของการศึกษาที่ต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ปี้เซิ่งหนานเริ่มเสียใจที่ไม่ได้อบรมเชี่ยนเชี่ยนให้ดีมาแต่แรก เธอหารือกับหลัวซู่ และตัดสินใจว่าจากนี้ไป จะมีชีวิตอยู่เพื่อลูก ขั้นแรกที่ต้องทำก็คือ ต้องรับลูกกลับมาจากบ้านคุณปู่คุณย่า แล้วเลี้ยงดูด้วยตนเอง

ปี้เซิ่งหนาน เริ่มสั่งสอนลูกในสไตล์พยัคฆ์ โดยเริ่มจากการใช้ชีวิตประจำวัน ตอนที่เธอพาหลัวซู่และเชี่ยนเชี่ยนเดินผ่านตลาดสดแสนสกปรก แล้วได้เห็นว่าโรงเรียนที่ลูกสาวต้องเข้าในอนาคตมันช่างธรรมดาสามัญก็รู้สึกเจ็บใจ วันต่อมาเธอได้พาหลัวซู่ไปพบ “จางฉาว” ที่เป็นครูใหญ่ ด้วยความที่ปี้เซิ่งหนานเคยเรียนโรงเรียนเดียวกับจางฉาวมาก่อน เธอจึงพยายามประจบเขาเต็มที่ แต่ทันทีที่วกเข้าเรื่องลูกสาวจะเข้าโรงเรียนประถม จางฉาวก็ระวังตัวและระแวงขึ้นมาทันที หลัวซู่รู้สึกเหมือนโดนเขาดูถูก จึงสัญญากับปี้เซิ่งหนาน ว่าจะให้ลูกสาวเข้าโรงเรียนประถมอันดับหนึ่ง ไม่ใช่โรงเรียนธรรมดาแบบนี้

อีกด้านหนึ่ง ผู้จัดการของบริษัทที่หลัวซู่ทำงานอยู่ เป็นเพื่อนสนิทกับโรงเรียนประถมอันดับหนึ่ง บางทีผู้จัดการอาจช่วยจัดการปัญหาเรื่องเข้าโรงเรียนประถมของเชี่ยนเชี่ยนได้ วันต่อมา หลัวซู่เอาเหล้าราคาแพงมาให้ผู้จัดการ ถึงได้รู้ว่าผู้จัดการจะลาออกแล้ว แล้วยังกล่อมให้หลัวซู่ลาออกไปทำงานกับเขา หลัวซู่รู้ว่าหลายปีมานี้ ผู้จัดการไม่ได้มีความสามารถในการทำงานอะไรจริงจัง จึงปฏิเสธคำเชิญชวนของเขา เมื่อกลับถึงบ้าน เขาบอกความจริงกับปี้เซิ่งหนาน คุณแม่พยัคฆ์โมโหมาก หลัวซู่จึงต้องรีบหาวิธียับยั้งความโมโห เขาบอกเธอว่า คุณปู่มีเพื่อนเก่าที่ทำงานอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ และยังดูแลแผนกประถมศึกษาโดยเฉพาะ แต่หลังจากที่ “หลัวซานสิง” โทรไปหาเพื่อนเก่า ถึงได้รู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็นมะเร็ง ใกล้เสียชีวิตแล้ว ปี้เซิ่งหนานแทบคลั่ง แต่หลังจากที่หวงลี่ได้ทราบว่าปี้เซิ่งหนาน กำลังมีปัญหาเรื่องส่งลูกเข้าโรงเรียนประถม ก็ได้อาสาช่วยเหลือ

ปี้เซิ่งหนานพาหวงลี่ไปติดต่องานต่างจังหวัด ก่อนไปเธอเน้นย้ำกับหลัวซู่ว่าต้องดูแลเชี่ยนเชี่ยนให้ดี อย่าโยนไปให้คุณปู่ คุณย่าช่วยเลี้ยงอีก หลัวซู่ตอบรับดิบดี แต่พอภรรยาลับตา ก็ส่งลูกไปให้คุณปู่ คุณย่าช่วยดูแลทันที ส่วนตัวเองมีความสุขอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งคุณย่าโทรมาบอกเขาว่าเชี่ยนเชี่ยนเป็นไข้ เขาถึงได้รับลูกสาวกลับมาดูแลเอง เมื่อปี้เซิ่งหนานทราบว่าลูกสาวป่วย ก็จองตั๋วเครื่องบินเที่ยวคืนนั้นทันที ตั้งใจว่าจะเซ็นสัญญาให้เสร็จในช่วงบ่ายแล้วบินกลับไปดูแลลูกสาว นึกไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีธุระกะทันหัน จึงต้องเลื่อนการเซ็นสัญญาออกไปเป็นวันพรุ่งนี้ หวงลี่เตือนให้ปี้เซิ่งหนานกลับบ้าน เธอจะจัดการงานที่เหลือให้เอง ปี้เซิ่งหนานสั่งการเสร็จก็กลับบ้าน เธอบ่นกับลูกว่าคุณปู่ คุณย่าไม่ได้ดูแลหลานให้ดี แต่กลับถูกเชี่ยนเชี่ยนโต้กลับ ปี้เซิ่งหนานจึงยิ่งปักใจเชื่อว่าลูกสาวเสียนิสัยเพราะคุณปู่ คุณย่าแล้ว

ปี้เซิ่งหนานซาบซึ้งที่หวงลี่คอยช่วยเหลือในหลาย ๆ เรื่อง จึงได้บอกข้อมูลลูกค้าที่ตัวเองสั่งสมมานานหลายปีให้หวงลี่ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าหวงลี่จะแทงเธอข้างหลัง แย่งผลงานการเซ็นสัญญาครั้งนี้ไปคนเดียว แล้วยังฟ้องเจ้านายว่าปี้เซิ่งหนานทิ้งงานกลางคัน ปล่อยให้เธอทำคนเดียว หวงลี่ยังช่วยให้ลูกของเจ้านาย ได้มีโอกาสสอบสัมภาษณ์คัดเลือกนักเรียนเข้าโรงเรียนประถมอันดับหนึ่ง จึงได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า แล้วเธอยังโยกย้ายพนักงานคนสนิทที่เป็นผู้ช่วยปี้เซิ่งหนานไปแผนกอื่น แต่ปี้เซิ่งหนานยังต้องพึ่งพาหวงลี่ เรื่องเข้าโรงเรียนประถมของเชี่ยนเชี่ยนในปีหน้า จึงได้แต่อดทน

ในการฉลองครบรอบวันจัดตั้งบริษัท ทางบริษัทจะต้องเตรียมของขวัญให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิก หวงลี่คิดจะให้สินค้าเกรดต่ำเป็นของขวัญ เพื่อประหยัดงบประมาณ แต่ปี้เซิ่งหนานโต้แย้งและปฏิเสธ แต่หวงลี่ยกเจ้านายออกมาข่ม ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงยิ่งแย่ลง เมื่อเห็นว่าคนที่มีความสามารถอย่างหวงลี่ ก้าวผิดทางไปเรื่อยๆ ปี้เซิ่งหนานก็เริ่มทบทวนว่า การเข้าโรงเรียนประถมอันดับหนึ่ง มันมีความหมายจริงหรือ คุณป้าหลัวตานฉวยโอกาสเสนอโรงเรียนนานาชาติ แต่เมื่อปี้เซิ่งหนานศึกษาข้อมูลแล้ว ถึงรู้ว่าโรงเรียนนานาชาติ ไม่รับเด็กเชื้อสายจีนที่เกิดในจีน

ของขวัญสำหรับลูกค้าที่หวงลี่สั่งมา 9 ใน 10 เป็นของชำรุด อีกเพียงไม่นานก็จะถึงวันจัดงาน ท่ามกลางความคับขัน ปี้เซิ่งหนานใช้เส้นสายของตนในการพลิกสถานการณ์ ดึงความเชื่อมั่นกลับมาจากเจ้านายได้อีกครั้ง หวงลี่บอกเธอว่าลูกของเจ้านายได้สอบสัมภาษณ์โรงเรียนประถมอันดับหนึ่งด้วยความสามารถของตน ส่วนลูกของเธอก็เป็นแค่เด็กไม่เก่งคนหนึ่ง ปี้เซิ่งหนานที่กำลังผิดหวัง ก็กลับมาพบว่าหลัวตานทาเล็บให้เชี่ยนเชี่ยนจนลายพร้อย แล้วพาเชี่ยนเชี่ยนเดินอวดไปทั่วทั้งชุมชน ความลำบากลำบนของปี้เซิ่งหนาน ไม่อาจเทียบกับคำชมของคนในชุมชนเล็กๆ เรื่องนี้ทำให้ปี้เซิ่งหนานเข้าใจว่าสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย มันส่งผลต่อเด็กมากแค่ไหน

ปี้เซิ่งหนานคิดถึงนโยบายเข้าโรงเรียนใกล้บ้านของรัฐบาล จึงตั้งใจว่าจะย้ายไปในเขตที่มีโรงเรียนดีๆ นายหน้าพาเธอและหลัวซู่ไปดูบ้านที่ทั้งเก่าและโทรมแต่ราคาแพงลิ่ว ทั้งยังต้องซื้อเงินสด เพื่อการศึกษาของลูก ปี้เซิ่งหนานตัดสินใจขายบ้านหลังปัจจุบัน แล้วย้ายมาอยู่เขตโรงเรียน นอกจากขายบ้านหลังเดิม ยังต้องยืมเงินคนอื่นอีกจำนวนมาก จนในที่สุดก็มีเงินพอซื้อบ้านใหม่ ทั้งครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ในเขตโรงเรียน พร้อมกับหนี้ก้อนโต