หนังเกาหลี : The Closet ตู้นรก ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด

หนังเกาหลี : The Closet ตู้นรก ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด The Closet ตู้นรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด กำกับโดย คิม กวัง-บิน และได้เลือกนักแสดงนำอย่าง ฮาจองอู ที่เคยแสดงใน Ashfall (2019), Along with the Gods (2017) มารับบทเป็น ซังวอน คุณพ่อเลี้ยงเดียวที่เพิ่งเสียภรรยาจากอุบัติเหตุ , เฮโอ ยุล รับบทเป็น อีนา ลูกสาวที่หัวใจแตกสลาย และ คิมนัมกิล รับบทเป็น คยองฮุน ชายลึกลับที่สนใจในเรื่องราวที่เหนือธรรมชาติ

ด้วยหวังล้างใจจากการสูญเสียไปในอุบัติเหตุรถยนต์ ซังวอน (ฮา จองอู) สถาปนิกหนุ่มได้พา อินา (ฮอยูล) ลูกสาววัย 11 ขวบหนีจากเมืองใหญ่ไปอยู่บ้านพักหรูในป่า แต่สิ่งที่แถมมากับบ้านหลังนี้นอกจากความหรูหราก็คือตู้เสื้อผ้าโบราณในห้องนอนของอินาที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาด ๆ กับตัวอินาทั้งการพูดคุยกับเพื่อนในจินตนาการและยังมีตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ ที่ไม่รู้อินาเอามาจากไหน

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ ๆ อินาก็หายตัวไปร่วมเดือน จนกระทั่ง คยองฮุน (คิม นัมกิล) หมอผีหนุ่มที่ตามสืบเรื่องราวของเด็กที่หายตัวไปในบ้านได้เข้ามาร่วมมือกับ ซังวอน เพื่อตามหาความจริงและพา อินา กลับมาก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

เนื้อเรื่องของ The Closet ตู้นรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เป็นเรื่องราวของ “ซังวอน” (ฮาจองอู) ชายผู้สูญเสียภรรยาจากอุบัติเหตุอันน่าสลด เขาตัดสินใจพา “อีนา” (ฮอยูล) ลูกสาวย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ ด้วยความหวังที่จะซ่อมความสัมพันธ์ที่แตกสลายให้กลับมาดี นานวันเข้าดูเหมือนว่าเรื่องเลวร้ายกำลังจะผ่านไป อีนากลับมามีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ราวกับว่าเธอได้พบเจอกับเพื่อนใหม่ และการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขอยู่ได้ไม่นาน เพราะซังวอนเริ่มฝันร้าย เขาได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นจากตู้ปริศนา พร้อมทั้งอีนาก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในระหว่างการตามหา “คยองฮุน” (คิมนัมกิล) ชายลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบอกว่า ต้นเหตุที่ลูกสาวของเขาหายไปมาจากตู้ปริศนานี้ ซังวอนจึงต้องเลือกว่า จะเสี่ยงเปิดตู้ปริศนาสุดสยองหรือไม่? และเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าภายในนั้นจะใช่ลูกสาวหรือเปล่า?

เป็นหนังผีที่กลมกล่อมจริง ๆ สำหรับหนังเรื่องนี้ที่มีทั้งความสยองของผี และปมดราม่าปัญหาของครอบครัว บอกเลยถูกใจแอดอย่างมากสำหรับหนังผีจากเกาหลีเรื่องนี้ โดยในพาร์ทของผีนั้นทำออกมาได้น่ากลัวและหลอนมาก ยิ่งบวกกับบรรยากาศของหนังยิ่งทำให้ขนลุกเลยล่ะ ฉาก Jump Scare ของหนังก็พอมีบ้างแต่ไม่เยอะจนเกินไป แถมยังมีมุขตลกคอยแทรกในบางฉากเพื่อไม่ให้คนดูนั้นกลัวจนเกินไป ด้านปมดราม่าก็ทำออกมาได้ดี บอกเล่าถึงปัญหาของครอบครัวที่พ่อไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูกจนกลายเป็นรอยแตกร้าวภายในครอบครัว จนทำให้เกิดเรื่องราวความสยองในครั้งนี้ ด้านนักแสดงก็แสดงออกมาได้ดีมาก ขอชมทางด้าน เฮโอ ยุล ที่แสดงเป็นลูกสาวบอกเลยว่าทำเอาคนดูต้องผวาอย่างแน่นอน

หลังดูหนังจบสิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนมากคือร่องรอยแรงบันดาลใจของหนังผีแบบเจมส์ วาน ที่อยู่ในแต่ละองค์ประกอบของหนัง โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัว การเล่นกับพื้นที่และสิ่งของในบ้านที่แทบจะเหมือน The Conjuring หรือหนังในตระกูลใกล้เคียงกัน ตลอดไปจนการสอดแทรกอารมณ์ขันเมื่อตัวละครอย่าง คยองฮุน ปรากฎตัวขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นการเลียนแบบอย่างไร้ยางอายตรงกันข้าม มันยังเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามหนีไม่ให้หน้าหนังไปเทียบเคียงกับงานหนังฮอลลีวูดเรื่องดัง แถมยังมีศักดิ์ศรีที่พอแข่งกันได้อย่างสมศักดิ์ศรีอีกด้วย

สำหรับฉากสยองขวัญที่ส่วนตัวมองว่าน่ากลัวที่สุดหนีไม่พ้นการปรากฎตัวของผีหมอผี และการหลบจากการโจมตีของเหล่าผีเด็กที่ทำให้ ซังวอน ไม่อาจลืมตาได้ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่ถือว่าหนังสามารถทำได้อย่างชวนลุ้นระทึก น่ากลัว และสยองขวัญสมใจคนอยากดูหนังผียิ่งนัก แต่กระนั้นก็ตามอย่างที่บอกไปในย่อหน้าที่แล้วว่ามันคล้ายหนังผีของเจมส์ วานตรงที่มันต้องมีครบรสซึ่งก็ทำให้ช่วงหลังของหนังทอนความน่ากลัวออกแล้วไปเน้นให้ลุ้นระทึกไปกับการสอบสวนหาความจริง ที่ก็ดันไปพูดเรื่องชนชั้นแบบเดียวกับ Parasite อีก ซึ่งก็ถือว่าเป็นประเด็นร่วมที่คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้และทำให้บทหนังของ The Closet มีสาระที่ทำให้คนดูได้ออกมาถกเถียงกันต่อได้ดี แม้จะไม่เข้มข้นเท่าของหนังออสการ์เรื่องดังก็ตาม

และแน่นอนแล้วว่าสำหรับเกาหลี หนังคือเครื่องมือเผยแพร่วัฒนธรรมดังนั้น The Closet จึงพาเราไปรู้จักกับวัฒนธรรมหมอผี หรือเชมัน ในลัทธิชิน ซึ่งถือเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมของเกาหลี แถมรัฐบาลยังสนับสนุนงานวิจัยและการสร้างสรรค์งานแสดงจากรากเหง้าวัฒนธรรมนี้อย่างจริงจังด้วย (จริงจังขนาดไหนก็ถึงขนาดผลักดันให้กลายเป็นนาฏศิลป์ร่วมสมัยแสดงที่โรงละครขนาดยักษ์) และก็ดันประจวบเหมาะกับการพยายามผลักดันให้มันมาอยู่ในสื่ออันทรงพลังอย่างภาพยนตร์ โดยก่อนหน้านี้วัฒนธรรมการไล่ผีก็อยู่ในหนังอย่าง The Wailing ของผู้กำกับนาฮงจินมาทีนึงแล้ว และกับ The Closet มันก็ทำให้เกิดตัวละครอย่าง คยอง ฮุน ที่แทบไม่ต่างจากซูเปอร์ฮีโรมาปราบผีหรือหมอผีเท่ ๆ อย่าง คอนแสตนติน ของอเมริกาได้เลย ซึ่งก็ถือเป็นการเอาวัฒนธรรมชามันมาขายให้ชาวโลกได้รู้จักแบบเนียน ๆ ได้อีกด้วย