หนังฝรั่ง : Miss Americana มิส อเมริกาน่า

หนังฝรั่ง : Miss Americana มิส อเมริกาน่า ภาพยนตร์สารคดีเน็ตฟลิกซ์ ตีแผ่เรื่องราวของศิลปินดังที่เอ่ยชื่อออกมา ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ เทย์เลอร์ สวิฟต์ กับการเผชิญหน้ากับความไม่มั่นคงในชีวิต ความผิดหวัง และการมีบทบาททางการเมืองของอเมริกา โดยได้ผู้กำกับหญิงมากฝีมืออย่าง ลาน่า วิลสัน ผู้กำกับเจ้าของรางวัลหนังอิสระ และผลงานสารคดียอดเยี่ยมที่ผมไม่ค่อยจะรู้จักอะไรมากนัก อย่าง After Tiller และ The Departure ที่มาเป็นผู้ถ่ายทอดบทบาทของเธอว่า กว่าจะเป็นศิลปินหญิงที่มีชื่อเสียง เธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง และการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมของตัวเอง มันได้ทำให้เธอกลายมาเป็นคนแบบที่ทุกคนเป็นอยู่ทุกวันได้อย่างไร

ภาพยนตร์นี้เข้าฉายเป็นสารคดีฉายเปิดงานที่เทศกาลภาพยนตร์ 2020 Sundance Film Festival โดยสารคดีนี้ได้รับเสียงคำชมและคำวิจารณ์ชั้นนำว่าเป็นสารคดีที่สะท้อนสังคมและอารมณ์ของเทย์เลอร์ได้ดี ก่อนจะได้มาสตรีมมิ่งในเน็ตฟลิกซ์เมื่อวันศุกร์ แน่นอนว่าเหล่าแฟนคลับของเทย์เลอร์ อย่าง สวิฟต์ตี้คงให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก รวมทั้งผมที่เป็นแฟนคลับมาตั้งแต่สมัยอัลบั้มแรก ๆ อย่าง Taylor Swift, Fearless, Sparks Fly จนถึง Lover อัลบั้มปัจจุบัน คงจะพลาดไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะชมเรื่องนี้

หากใครยังไม่รู้จักว่าเธอเป็นใคร เธอคือศิลปินชาวอเมริกัน เจ้าของเพลงดังอย่าง Tim Mcgraw, Lover Story, I Knew You Were Trouble, Blank Space, Look What You made me do, ME! และล่าสุด You Need To Calm Down โดยมีอัลบั้มที่ขายดีอันดับหนึ่ง และเพลงติดหูอีกมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งมาจากปลายปากกาของเธอ เป็นศิลปินเจ้าหญิงแห่งเพลงคันทรี่ (เพลงลูกทุ่งอเมริกัน) ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า เพลงเหล่านี้เกิดขึ้นจากการเล่าเรื่องราวผ่านดนตรีที่ออกมาอย่างดิบและไม่มีการปรุงแต่ง จนทำให้เพลงเหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ฟังทั่วโลก แต่อย่างที่บอกตั้งแต่ต้น เธอก็เป็นคนธรรมดา ที่เจอปัญหาที่เลวร้ายมามากมาย และสิ่งที่ทำให้เธอยืดหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ คือกำลังใจ และเพลงที่เธอแต่ง เอาล่ะ เดี๋ยวจะยาว เข้าเรื่องเลยดีกว่านะครับ

มิส อเมริกาน่า ใช้ฟุตเทจเล่าเรื่องผ่านคำพูดของเทย์เลอร์ซึ่งสิ่งที่เคยวาดฝันตอนเด็ก ๆ ว่าเราอยากจะเป็นคนที่ดี อยากจะเป็นคนที่เป็นที่ชื่นชม ยกย่องถือหน้าถือตา ประมาณว่าตอนเด็ก ๆ เราคงอยากเคยมีคนเอาใจ อยากมีคนที่ชมว่าเราเป็นคนเก่งและเราก็กลายเป็นคนที่หลงระเริงไปกับคำ ๆ นั้น จนกลายเป็นคนที่เราเป็นทุกวันนี่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันใช่สิ่งที่เราต้องการจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเหล่านี้มันผลักดันความเชื่อที่ว่า เราเป็นคนแบบที่เป็นเหมือนทุกวันนี้ได้ เพราะสิ่งเร้ารอบตัว และนั่นเองที่ทำให้เราต้องพยายามทำตัวให้ดี ให้มีคุณค่า แต่บางครั้งมันก็ไม่พอสำหรับคนทุกคน และมันก็จะกลายเป็นพิษต่อเราในภายหลัง วัยรุ่นนั้นเป็นวัยที่ต้องการเป็นที่ยอมรับ สำหรับเทย์เลอร์แล้วคือความจริง และก็คือความไม่จริง ที่เราอยากให้คนยอมรับ อาจเป็นเพราะมันทำให้คนอยู่กับเราแล้วไม่รู้สึกว่าเราแปลกแยก แต่ก็ไม่เป็นเพราะเหมือนเราฝืนตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งสุดท้ายสิ่งที่เราทำได้คือ การเป็นคนธรรมดาที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบแค่มีความสุขก็พอ

มิส อเมริกาน่า เทย์เลอร์เป็นคนที่ทุ่มเทกับเพลงของตัวเองมาก ในสารคดีนี้โชว์ให้เห็นว่าเธอเป็นคนที่หยิบจังเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา และแปลงมันกลายเป็นเพลงที่สามารถตอบสนองต่ออารมณ์ของตัวเอง และคนอื่นก็ชอบมัน แต่ดูเหมือนว่าในสารคดีจะชี้ให้เห็นเมื่อเพลงและอัลบั้มที่ 7 ของเธออย่าง Reputation ไม่ได้เข้าชิงในรางวัล Grammy ปี 2018 งานประกาศรางวัลดนตรีของอเมริกา นั่นทำให้เธอใจสลาย จากการที่เห็นเธอนั่งกัดนิ้ว และนั่งด้วยท่าทางที่หวาดระแวง แต่เธอก็ตัดสินใจทันทีว่าจะอัดเพลงอัลบั้มใหม่ที่จะต้องดีกว่า ซึ่งความทุ่มเทในดนตรีของเธอที่กลั่นจากใจและน้ำตาของเธอ มันทำให้เธอยิ้มได้เช่นกัน โดยเธอหวังว่าเพลงของเธอจะได้เข้าชิงในครั้งหน้า แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เธอก็มีความสุขมาก ๆ เห็นได้จากการอัดเพลง ME! เพลงจังหวะสนุกสนานที่ตอนแต่งเธอกลับร้องไห้ออกมาเป็นระยะ ๆ

รีวิว มิส อเมริกาน่า Miss Americana – ผู้หญิงคนนี้ชื่อเทย์เลอร์ สวิฟต์ (สปอยล์) 3มิส อเมริกาน่า มองอีกมุมหนึ่งแล้ว เทย์เลอร์เองก็ไม่ใช่คนที่เข้มแข็งอะไร โดยเฉพาะการหยิบนำเหตุการณ์ที่เธอถูกคานเย่ เวสต์ นักร้องแร็ปชื่อดัง หักหน้าเธอในงานรางวัล MTV และนั่นทำให้เธอกลัวมาตลอด เพราะเธอไม่รู้ว่าเสียงโห่ที่ดังทั่วในฮอล์นั้น มันมีสำหรับใคร คานย่า เวสต์ เธอจดจำมาตลอด แต่ก็ไม่อยากจะทำให้มันเป็นเรื่องรบกวนจิตใจ เพราะเรื่องรบกวนจิตใจที่สุด กลับเป็นเรื่องของแอนเดรีย แม่ของเธอ ผู้คอยสนับสนุนเธอมาตลอดที่กำลังเป็นมะเร็ง และทำให้เธอเลือกที่จะใส่ใจกับคนรอบตัว มากกว่าให้ความสำคัญกับสื่อ ในขณะเดียวกัน เธอได้พูดถึงการมีสภาวะการกินอาหารที่ผิดปกติ หรือ โรคไม่อยากกินอาหาร ซึ่งมาจากความระแวงที่คนบอกว่าเธออ้วนเกินไป ซึ่งทำให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเธอต้องอดอาหารจนผอมลง และยิ่งถูกสื่อรุมวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปากว่าลอกเลียนแบบเพื่อนที่เป็นนางแบบโดยไร้จรรยาบรรณ ซึ่งนั่นทำให้เธอตัดสินใจได้ว่าจะปล่อยวางและกินอาหารอย่างมีความสุข จะเห็นได้ว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันทำให้เธอกังวลขนาดไหน

มิสอเมริกาน่ามิส อเมริกาน่าคนนี้ มาพร้อมกับการถูกสื่อตั้งหัวข้อว่าร้ายอยู่เสมอแม้จะเป็นที่ชื่นชอบในเสียงเพลง และดนตรี แต่ก็มีคนที่เกลียดเธอ บอกว่าเธอเสแสร้ง ทั้งการที่เธอคบกับผู้ชายแล้วก็เลิกกับพวกเขาอย่างรวดเร็ว และมันทำให้เธอได้ฉายาว่าเปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่น ทั้ง ๆ ที่เธอก็พร่ำบอกเสมอว่าการประสบสำเร็จในชีวิตมันดี แต่มันก็ทำให้เธอโดดเดี่ยว อยากมีคนที่โทรหาได้ และอยู่ด้วยได้อย่างสบายใจ เธอแค่อยากจะมองหาคนที่เข้ากันกับเธอ และเธอก็ไม่เคยบอกให้สื่อรับรู้ แม้จะโดนสื่อออกข่าวโจมตีอยู่เสมอ แต่สิ่งที่ทำให้เธอหายไปจากหน้าสังคมเกือบสองปี คงจะเป็นเหตุการณ์ที่เธอนั้นมีปัญหากับ คานย่า เวสต์ เรื่องการแต่งเพลงที่มีเนื้อหาไม่ให้เกียรติก่อนที่จะโดนสังคมรุมตั้งฉายาว่างูพิษทั่วโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค จนเธอถูกตั้งฉายาว่าเป็นงูพิษที่โกหกและเสแสร้ง

เธอร้องไห้ระบายความในใจให้แอนเดรีย ผู้เป็นแม่ฟังถึงความเจ็บปวดที่โดนสังคมทำร้ายอย่างไม่ไยดีราวกับเธอไม่มีความรู้สึกนึกคิด จนถึงขั้นอยากจะหายไปจากโลกนั่นทำให้เธอได้พบกับรักครั้งใหม่ของหนุ่มโจ อัลวิน ผู้ที่เข้ามาดูแลในตอนที่เธออ่อนแอ แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นความลับระหว่างกันก็ตาม เธออาจจะกลัวว่าเธอจะทำผิดพลาดอีก หากเลิกกับเขา และโดนสื่อกล่าวหาว่า เป็นหนึ่งในผู้ชายในคลัง ไม่หยุด ซึ่งมันทำให้ผมคิดว่า เราเคยทำร้าย หรือด่าว่าใครโดยที่เราไม่รู้จัก แต่ทำเพราะเห็นว่าจะทำให้ตัวเองดูเด่น ดูดี แต่กลับทำให้คนที่โดนต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่น่าให้ความสำคัญก่อนที่จะพูดถึงใคร เราต้องรู้จักเขาจริง ๆ

สิ่งที่เป็นไฮไลท์เลยของสารคดีนี้คือ การหยิบเอาเหตุการณ์ที่เธอฟ้องศาลต่อดีเจหนุ่มผู้เข้ามาลวนลามเธอตอนถ่ายรูปด้วยกัน ว่าตอนอยู่ในศาล เธอกลายเป็นคนผิดได้อย่างไร ในเมื่อเธอถูกกระทำ และไม่ให้ความเคารพ ซึ่งเป็นอะไรที่ทำให้สิ้นหวังมาก ๆ แต่โชคเข้าข้าง เพราะเธอผ่านมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากพยานและความเข้มแข็งของตัวเอง แต่เธอก็อดหดหู่ใจไม่ได้ที่ผู้หญิงต้องพบเจอกับพูดจาแทะโลม เหยียดหยาม เสียหายทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงมีคุณค่าในตัวเอง

ในการเลือกตั้งระหว่างรีพับบลิกันกับเดโมแครตในปี 2018 ระหว่างทรัมป์กับฮิลลารี่ เธอให้ความเห็นว่าเธอรู้สึกเสียใจที่ผู้หญิงในรัฐบ้านเกิดของเธอในเทนเนซี่อย่าง มาร์ช่า แบล็คเบิร์น เลือกเข้าข้างฝ่ายทรัมป์ที่ต่อต้านกฏหมายคุ้มครองผู้หญิงและรักร่วมเพศจนทำให้ภาพลักษณ์ของบ้านเกิดดูแย่ เธอคิดหนักมาก เพราะเธอเคยเชื่อว่าเป็นศิลปินห้ามแสดงความเห็นทางการเมือง เห็นได้จากการยกตัวอย่างวงดนตรีโปรดของเธออย่าง Dixie Chicks ที่พอแสดงความคิดเห็นทางการเมืองฝั่งตรงกันข้ามของประธานาธิบดีสมัยจอร์ช ดับเบิ้ลยู บุช เรื่องทำสงครามกับอิรัก ทำให้เธอต่อต้านอย่างเด่นขาด ทำให้ผู้คนพากันรุมประณาม ด่าว่าเธอ ทำให้เทย์เลอร์กลัวมาก

แต่ทว่าเมื่อพ่อของเธอที่อยู่ฝ่ายทรัมป์ และมีปากเสียงเรื่องความเห็นทางการเมืองกับแม่และเธอ เธอจึงฉุนขาด บอกว่า คนรุ่นเก่าไม่เหมือนคนสมัยนี้ และตัดสินใจที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นครั้งแรกผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เธอบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก เพราะผู้ชายในอเมริกาทำกับผู้หญิงเหมือนกับพวกเขาไม่มีอำนาจพอที่จะแสดงความเห็นใด ๆ แต่เธอก็ผ่านมาได้ และดีใจที่ในที่สุดได้ปลดปล่อยผ้าที่ปิดปากของเธอมาอย่างช้านาน

การเป็นมิส อเมริกาน่า อาจจะมีนัยสำคัญที่ว่า เธอเป็นคนของอเมริกาในแบบที่เธออยากจะเป็นได้ในที่สุด และทำให้มันทุกสื่อออกมาในบทเพลงของเธอด้วย ทั้ง Miss Americana and The Heartbreak Prince ซึ่งแทนเธอกับทรัมป์ หรือเพลง The Man ที่กดอำนาจของสตรีอยู่เสมอ ทั้งอาชีพ การกระทำ หรือเพลง You Need To Calm Down ที่เป็นการสนับสนุนอยู่ข้างรักร่วมเพศ และแน่นอนว่าแฟนคลับเธอสามารถยอมรับในสิ่งที่เป็นได้ เพราะเธอทำในสิ่งที่เธอเลือกแล้วอย่างไม่ต้องรู้สึกอึดอัดใจ และจะสนับสนุนเธอไปเช่นนี้เรื่อย ๆ