หนังไทย Homestay : ก้าวผ่านความเจ็บปวดในวัยเด็ก

หนังไทย Homestay : ก้าวผ่านความเจ็บปวดในวัยเด็ก ในวันที่ Homestay ลงแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Netflix หลายคนอาจอยากนำหนังเรื่องนี้มาปัดฝุ่นดูใหม่ ด้วยความคมของตัวบทที่มีลักษณะคล้ายหนังสืบสวน และการหักมุมที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนตกจากตึกสูง ไม่ต่างจากตัวละครเอกตอนต้นเรื่อง ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังดีอีกเรื่องที่ควรหามาชม

Homestay เล่าเรื่องของวิญญาณเร่ร่อนตนหนึ่งซึ่งเข้ามาสิงร่างของ ‘มิน’ เด็กหนุ่มที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยมีเงื่อนไขว่าวิญญาณตนนี้จะต้องหาคำตอบให้ได้ภายใน 100 วันว่าใครฆ่ามิน มิเช่นนั้นจะไม่ได้ไปเกิดอีกตลอดกาลและต้องออกจากร่างนี้ไป เขาจึงต้องเริ่มสืบจากเพื่อน ครอบครัว และผู้คนทึ่อยู่รายรอบมินซึ่งเป็นเด็กมัธยมปลาย ไม่นานเขาก็ได้พบกับ ‘พาย’ พี่รหัสที่มินแอบชอบ ซึ่งเป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิตมินซึ่งดูเป็นคนซึมเศร้าอมทุกข์ วิญญาณตนนี้ก็แอบชอบพายจนลืมตัวไปว่าตัวเองมาอยู่ในร่างนี้แค่ในฐานะ ‘โฮมสเตย์’ หรือที่พักชั่วคราวก็เท่านั้น แต่เขาก็ได้พบความลับดำมืดเกี่ยวกับตัวพายในภายหลัง ตลอดการสืบของเขา จะมี ‘ผู้คุม’ ซึ่งเข้าสิงร่างของใครก็ได้ มาคอยเตือนและทวงถามคำตอบจากเขา โดยที่เขามีโอกาสตอบได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

หนังได้สำรวจปมในวัยเด็กที่วัยรุ่นหลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปมเรื่องครอบครัว ซึ่งเป็นบาดแผลใหญ่ที่สุดในตัวมิน เมื่อวิเคราะห์ตัวมินดูดีๆแล้ว เขาเป็นคนที่ไม่เชื่อว่าจะมีใครรักตัวเองจริง ไม่ว่าจะเป็นคนรักหรือครอบครัวก็ล้วนทิ้งเขาไปหมด ในการทำความเข้าใจกลไกการป้องกันตัวของมินนี้ จะลองวิเคราะห์ร่วมกับทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง ของเวอร์จิเนีย ซาร์เทีย ซึ่งใช้ในวงการจิตบำบัดครอบครัว เพื่อให้เข้าใจตัวละครมินได้มากขึ้น

พฤติกรรมขวางโลกที่มินแสดงออก เปรียบเสมือนยอดของภูเขาน้ำแข็ง โดยที่ใต้ภูเขาน้ำแข็งประกอบไปด้วย กลไกป้องกันตนเอง ความรู้สึกต่อสถานการณ์ตรงหน้า ความรู้สึกต่อความรู้สึก ความคาดหวัง ความปรารถนาที่แท้จริง และตัวตนของตัวเอง ในที่นี้จะวิเคราะห์เพียงบางองค์ประกอบเท่านั้น

มาวิเคราะห์นิสัยของมินกัน
กลไกป้องกันตัวของมิน จะเป็นแบบ ‘ตำหนิ’ โดยสนใจเพียงบริบทของตนเอง มินเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่ และโทษครอบครัวและคนรอบข้างเขาว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องร้ายๆเกิดแก่เขา โลกของมินเป็นโลกที่มืดมน เป็นโลกที่เขาต้องเก็บตัวเพราะไม่สามารถไว้ใจใครได้ มีเพื่อนสนิทอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ความรู้สึกต่อสถานการณ์ตรงหน้าของมิน เป็นความโกรธ เขาโกรธที่ไม่มีใครช่วยเขาได้ในเวลาที่เขาต้องการมากที่สุด จนถึงขั้นคิดฆ่าใครสักคนที่อยู่ในสมการชีวิตของตนเอง ความโกรธนั้นสุดท้ายพุ่งกลับมาที่ตนเอง ทำให้เขาตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล

ความคาดหวังของมิน คือต้องการให้มีคนมาเข้าใจเขาและเป็นที่พึ่งพิงแก่เขา จากภาพวาดที่สื่อถึงความน่ากลัวของสังคมที่อยู่รอบตัวเขา ทำให้คิดได้ว่าจริงๆแล้วมินเพียงสร้างเปลือกขึ้นมาแล้วกันทุกคนออกไป แต่แท้จริงแล้วเขาโหยหาใครสักคนที่จะมาเป็นที่พึ่งและทำความเข้าใจความโดดเดี่ยวที่เขาเผชิญ

ตัวตนของมิน คือความรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง เขารู้สึกตลอดเวลาว่าทุกคนจะทิ้งเขาไป และเขาก็จะต้องจัดกาทุกปัญหาด้วยตัวเอง เขาเองก็กลัวตัวเองจะรับมือกับทุกสิ่งไม่ไหวเหมือนกัน

เมื่อวิเคราะห์ตัวตนของมินได้แบบนี้ จะเห็นว่าการตัดสินใจแต่ละอย่างของมินมีที่มาที่ไป ซึ่งเป็นรายละเอียดที่หนังเก็บตกได้เป็นอย่างดี วิธีการบำบัดในลักษณะของซาเทียร์นี้จะเน้นการให้ทำความเข้าใจตนเอง เพื่อเปลี่ยนแปลงมุมมองที่ตนเองมีต่อโลกภายนอกซึ่งแต่เดิมฉาบเคลือบไว้ด้วยอคติ หลายครั้งอคตินี้ก็เกิดจากบาดแผลจากสมาชิกในครอบครัว ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

สุดท้าย วิญญาณเร่ร่อนจะค้นหาสาเหตุการตายของมินได้หรือไม่ ก็เกี่ยวพันอยู่กับปมปัญหาทั้งหลายที่มินมีในชีวิตทั้งนั้น ยิ่งนานวัน วิญญาณเร่ร่อนตนนี้ก็ยิ่ง ‘อิน’ กับเรื่องราวของมินมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหนังก็เฉลยในตอนจบได้อย่างระทึกใจ