Eurovision Song Contest: The Story of Fire Sage ไฟ ฝัน ประชัน เพลง

เว็บหวยออนไลน์

Eurovision Song Contest: The Story of Fire Sage ไฟ ฝัน ประชัน เพลง มันเป็นหนังที่เกี่ยวกับการแข่งขันประกวดประชันการร้องเพลง ซึ่งเอาจริงๆ มันเป็นสิ่งที่เข้าถึงคนได้ง่ายมาก เพราะมันเป็นรายการแข่งขันที่ผู้คนคุ้นเคยอยู่ในชีวิตทุกวันนี้อยู่แล้ว ต่างที่มันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุโรปและตัวเอกมาจากประเทศที่เราไม่ค่อยคุ้นเคย

เรื่องของเรื่องมันเกิดที่ประเทศไอซ์แลนด์แสนหนาวเย็น ว่าด้วยกระทาชายวัยกลางคนอย่าง ลาร์ส (Will Ferrell)​ ผู้ซึ่งบ้าคลั่งรายการประกวดร้องเพลงยูโรวิชันมากมายมาตั้งแต่วัยเด็ก ผ่านวันเวลาอันอยาวนานจนเขาเริ่มมีอายุแล้วแต่ก็ยังคงไม่หยุดฝัน

ซิกริต (Rachel McAdams) คือหญิงสาวอีกคนที่เติบโตมาด้วยความฝันเดียวกัน ลาร์สคือคนที่ทำให้เธอหัดพูดได้ เธอมีพรสวรรค์ด้านการร้องสูงมาก ทั้งสองดูจะอะไรมากกว่าความเป็นพี่น้องทว่าก็ไม่เคยไปไกลกว่านั้น

เป็นหนังที่ไม่ได้ตั้งความคาดหวังอะไรไว้ตอนเริ่มดู เรื่องราวของทีแรก ชวนให้กังขาในการเลือกพระเอกเป็น Will Ferrell ลูกชายที่ดูหน้าตาไม่ได้ต่างจาก Pierce Brosnan ผู้เป็นพ่อสักเท่าใดนัก ทั้งก็ยังดูเหมือนเป็นพ่อลูกกับนางเอกอย่าง Rachel McAdams เสียมากกว่า

แต่เมื่อดูๆ ไป กลับพบว่ามันดูดีมีมาตรฐานยิ่งกว่าหนังเน็ตฟลิกซ์หลายๆ เรื่องเสียอีก

ไม่ว่าจะเป็นในด้านของเพลงที่ถูกเรียบเรียงมาอย่างไพเราะ การออกแบบคอสตูมและเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีที่ตระการตา เพลงสุดท้ายก็ส่งเสริมอารมณ์ได้ดี ขณะที่มุมกล้องและการถ่ายทำก็ออกมาเป็นไอซ์แลนด์ที่สดสวยและน่าประทับใจ

หนังที่เริ่มแรกก็เป็นเพียงความฝันที่ผู้คนในเมืองไม่เชื่อ มองเป็นเพียงความเพ้อฝัน แม้แต่พ่อของเขาเองก็เหนื่อยหน่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไป การเข้าร่วมแข่งขันพบพานทั้งความบังเอิญและอุปสรรคความพังต่างๆ ก็กลับเริ่มกลับกลายเป็นความภาคภูมิใจของคนเมือง

เรื่องราวที่พาเราไปเจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิด อาจมีบางจุดที่ดูอืดอาดไปบ้าง แต่เมื่อหนังผ่านมาถึงช่วงท้ายไคล์แมกซ์ ก็ชักชวนให้ซาบซึ้งน้ำตาซึมตามได้ ร่วมกับเพลงประกอบที่เรียกได้ว่า เข้าทีและเพราะดีทุกเพลง ผ่านเสียงร้องที่เทพจัดเต็ม การถ่ายทำบนเวที แสงสี ยิ่งใหญ่ตระการตา

Fire Saga/ไฟร์ซาก้า เป็นชื่อวงของลาร์สและซิกริต ที่เติบโตมาด้วยกัน ดูเหมือนทั้งสองจะมีความรู้สึกที่มากเกินกว่าพี่น้องกัน มองเห็นความรู้สึกที่ทั้งสองมีแต่ต่อกันแต่เหมือนลาร์สพยายามที่จะหยุดและยั้งเอาไว้ ให้เหตุผลเพียงว่าต้องการโฟกัสที่ชัยชนะ

แต่เหมือนในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ในการแข่งขัน การมีตัวละครอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องพาให้ความคิดและความรู้สึกของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่พวกเขาได้พบได้เจอก่อเกิดเป็นประสบการณ์ให้เขาและเธอได้ค้นเจอตัวเอง