รีวิวหนัง Deepsea – ดิ่งระทึกลึกสุดโลก

รีวิวหนัง
ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนัง Deepsea – ดิ่งระทึกลึกสุดโลก ‘James Cameron ผู้กำกับชื่อดังเจ้าของหนังท็อปบ็อกซ์ออฟฟิศโลกอย่าง Avatar และ Titanic จะพาเราไปสำรวจโลกใต้มหาสมุทรลึกที่ๆ ยังไม่เคยมีมนุษยชาติชนใดเคยไปถึง’

พอได้ยินมาประมาณนี้ความอยากดูอยากรู้อยากเห็นก็บังเกิดพร้อมกับคำถามที่ว่า…James Cameron ไปมีแรงบันดาลใจอะไรกระตุ้นให้เขาอยากเสี่ยงตายดำลงไปในทะเลลึกได้ขนาดนั้น แล้วก็จะได้รู้ว่าที่ผลงานหนังห่างหายไปหลังจาก Avatar ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศนั้นเป็นเพราะอะไร และมันคุ้มค่ามากแค่ไหนหนอ

หนังเล่าเปิดมาด้วยการเกริ่นนำเข้าเรื่องราวด้วยเสียงบรรยายเหมือนสารคดีที่เห็นอยู่ทั่วไป แล้วพอเอาเข้าจริง การดำเนินเรื่อง การถ่ายภาพก็ไม่ได้พิเศษไปมากกว่าภาพที่เคยได้เห็นในสารคดีของ National Geographic ทั่วไปเลย

ดูหนัง Deepsea – ดิ่งระทึกลึกสุดโลก

นอกจากว่าเราได้เห็นฟุตเตจจากใต้ทะเลที่ลึกกว่าเดิม ซึ่งถ้าไม่บอกว่าลึกกว่าเดิมก็ไม่อาจรู้ได้ และสนุกกับการได้เห็นเครื่องมือและยานสำรวจ วิธีการถ่ายทำรวมถึงสัตว์ทะเลน้ำลึกแปลกตาไปจากที่โลกนี้เคยเจออยู่พอสมควร แต่หาใช่ความตื่นตาตื่นใจทางภาพยนตร์ที่คาดหวังรอคอย

ดูหนังฝรั่ง

ซึ่งถ้าหากหัวเรือใหญ่เป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักสำรวจทั่วไป ความรู้สึกขณะดูและหลังดูก็คงไม่ต่างไปจากดูหนังสารคดีให้ความรู้เรื่องใต้ทะเลลึกเท่าไหร่นัก แต่พอเป็น James Cameron คนที่คุ้นหน้าคุ้นตาคุ้นบทบาทของเขาดีในฐานะคนทำหนังดังระดับโลกแต่กลายมาเป็นตัวละครหลักใหญ่ใจความสำคัญในเรื่องราวภารกิจสำรวจโลกให้เราได้ติดตาม มันเลยรู้สึกพิเศษที่ได้เห็นเขาในอีกมุมความคิดความใฝ่ฝันที่อยากเป็นนักสำรวจ รวมถึงความจริงจังขึงขังและท่าทีเหมือนเด็กสนุกกับของเล่นที่เฝ้าคอยมานานจริงๆ ผู้กำกับหนังระดับนี้ยังพยายามทำอีกหนึ่งความฝันให้สำเร็จได้ แล้วนับประสาอะไรคนตัวเล็กๆ จะขอเริ่มคิดเริ่มทำบ้าง ส่วนนี้มันกลายเป็นแรงผลักดันที่ดีของใครหลายๆ คน ซึ่งอยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก มุ่งหวังและศรัทธาให้สำเร็จได้ เป็นแรงบันดาลใจอีกอย่างหนึ่งได้ดีเหมือนกัน

จากหนังสารคดีเรื่องนี้ทำให้เห็นชัดขึ้นมาว่า Titanic, Abyss, Avatar รวมถึงผลงานอื่นๆ เกิดจากตัวตนของผู้กำกับ James Cameron จริงๆ ความลุ่มหลงในการสำรวจใต้ทะเลลึกเป็นส่วนหนึ่งที่เขาทำไททานิกเพราะอยากดำลงไปดูซากเรือของจริงด้วยตาตัวเองและถ่ายทอดให้คนทั่วโลกได้ดูอีกสักครั้ง ตอนทำ Abyss เพราะอยากสร้างตัวละครที่ได้ดำดิ่งลงไปใต้มหาสมุทรลึกลับน่าค้นหานั่น จนกระทั่งวันหนึ่งตัวเขาเองคิดอยากจะทำอย่างนั้นบ้าง มันเป็นการพิสูจน์ความอยากที่ไม่ใช่แค่ได้ฝันได้เอ่ยปาก แต่ต้องท้าทายด้วยชีวิตอย่างกล้าหาญมากๆ ทำให้เห็นว่าคนๆ หนึ่งจะสำเร็จได้ต้องเริ่มที่การตัดสินใจใช้ความกล้าผลักดันความปรารถนาไปได้สุดทางได้มากกว่าหนึ่งอย่าง ซึ่งผลลัพธ์ไม่ได้จบที่การเป็นเป็ดที่กึ่งบินกึ่งลอยน้ำ แต่เป็นนกอินทรีที่ปีกกล้าด้วยขาอันแข็งแรง ทำให้นอกเหนือเรื่องราวใน Abyss ที่สร้างสรรค์จากจินตนาการ ในโลกความเป็นจริง James Cameron ก็สามารถดำดิ่งใต้มหาสมุทรได้ลึกยิ่งกว่าตัวละครของเขาเสียอีก เท่มั้ยล่ะ!!

ถึงแม้มันจะมีกลิ่นของการอวย James Cameron เองในที ซึ่งหนังทำให้เห็นชัดเจนพอประมาณว่าการสำรวจในครั้งนี้มันมีประโยชน์ที่จะทำให้เกิดผลต่อยอดได้ขนาดไหนที่ค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่หลายสายพันธุ์ และอาจน้ำไปใช้สำรวจพื้นใต้มหาสมุทรเพื่อป้องกันการสูญเสียจากการเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิได้นะ แต่มันก็เป็นการชื่นชมที่สมศักดิ์ศรีสำหรับเรา มันไม่ใช่แค่ความเท่ของการทำตามความฝันตั้งแต่วัยเด็กของเขาให้เป็นจริงแล้ว แต่มันให้ประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ จุดนี้ขอโอเวอร์อวยเอง